โรงเรียนทางเลือก..เลือกอย่างไร

โรงเรียนทางเลือก..เลือกอย่างไร

 

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ระบบการศึกษาก็ควรต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคม การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต การศึกษาแบบเดิมๆ ที่อาศัยการเรียนในห้องเรียน การท่องหนังสือ จดจำ และทำข้อสอบแบบเดิมๆ อาจจะไม่สามารถสร้างพื้นฐานในบางเรื่องให้กับเด็กได้  ผู้ปกครองบางกลุ่มจึงพยายามมองหาทางออก ว่าจะมีการศึกษาแบบใด ที่สามารถตอบโจทย์ตามวิถีการดำเนินชีวิตในอนาคตได้ จึงได้หันมามองและเลือก “โรงเรียนทางเลือก”

การศึกษาทางเลือกคืออะไร?

ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. 2540 และในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 ได้ระบุไว้ว่า “การศึกษาทางเลือก คือ การศึกษาที่มีรูปแบบแตกต่างจากการศึกษากระแสหลัก เป็นการศึกษาที่มีขอบเขตกว้างขวาง มีรูปแบบหลากหลายทั้งเนื้อหา และวิธีการเรียนรู้ เนื่องจากมุ่งตอบสนองการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์แต่ละคน ที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านความถนัด ความสนใจ ความพร้อมในการเรียนรู้รวมถึงความแตกต่างด้านสภาพแวดล้อมในวิถีชีวิตครอบครัว สังคม วัฒนธรรม และความหลากหลายทางชาติพันธุ์”

อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ  เลขาธิการสภาการศึกษาทางเลือกการศึกษา ได้กล่าวไว้ว่า “ การศึกษาทางเลือก (Alternative Education) คือ การศึกษาเชิงอุดมคติ เพื่อแสดงถึงคุณลักษณะของรูปแบบการศึกษาที่ไม่ใช่การศึกษาแบบเดิม อาจเป็นได้ทั้งโรงเรียนอิสระ หรือการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ไม่อิงสถาบันการศึกษา แต่ยึดชุมชนเป็นหลัก”

 

ประเทศไทยมีโรงเรียนทางเลือกกี่แบบ?

  1. แนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf)
  2. แนวการสอนแบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori)
  3. แนวการสอนแบบโครงการ (Project Approach)  

4.แนวการสอนแบบวิถีพุทธ (พุทธธรรมประยุกต์)  

5 แนวการสอนแบบพหุปัญญา (Multiple Intelligence)  

  1. แนวการสอนแบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ (Neo-Humanist Education)  
  2. แนวการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia)  
  3. แนวคิดการสอนแบบ ไฮสโคป (High Scope) เช่น โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
  4. การสอนแบบภาษาธรรมชาติ (Whole Language Approach) เช่น โรงเรียนทอรัก จ.สมุทรปราการ

การศึกษาแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

 

1.โรงเรียนแนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf  Method) 

เน้นเรื่องจินตนาการของเด็ก การเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เน้นพัฒนาการเด็กด้วยการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยใช้ศิลปะเป็นตัวนำ เรียนรู้ธรรมชาติและที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนวรรณสว่างจิต, โรงเรียนปัญโญทัย

 

  1. โรงเรียนแนวการสอนแบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori)

คำนึงถึงความต้องการของเด็กในการเรียน ได้มีการตระเตรียมสิ่งแวดล้อม เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ให้เด็กได้ทำงาน และได้พัฒนาด้วยตนเอง  มีการควบคุมความผิดพลาดในการทำงานเอง ทำให้เด็กได้รับผลสำเร็จตามความต้องการของเขา

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนมอนเตสซอรี่นานาชาติ จ.เชียงราย

 

  1. แนวการสอนแบบโครงการ (Project Approach)

ให้ความสำคัญกับเด็ก ส่งเสริมให้เด็กแสวงหาคำตอบจากการเรียนเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง ผ่านการทำโครงงาน โดยที่เด็กหรือครูร่วมกันกำหนดเรื่องที่ต้องการเรียนรู้ แล้วดำเนินการแสวงหาความรู้

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนอนุบาลธีรานุรักษ์

 

4.แนวการสอนแบบวิถีพุทธ (พุทธธรรมประยุกต์)

มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตามหลักพุทธศาสนา โดยมีบรรยากาศสงบเงียบ เรียบง่าย ร่มรื่น สะอาด มีระเบียบ ปลอดภัย สื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนมีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ ฝึกหัดเด็กให้มีจิตใจดี มีเมตตา กตัญญู ศึกษาเรื่องไตรสิกขา มีศีล สมาธิ ปัญญา
ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ, โรงเรียนทอสี

 

5 แนวการสอนแบบพหุปัญญา (Multiple Intelligence)

เน้นว่าเด็กทุกคนมีความฉลาด ไม่ได้แบ่งแยกจัดอันดับว่าใครฉลาดกว่าใคร แต่เอื้อให้ทุกคนใช้ความฉลาดที่ตนถนัด

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนวนิษา จ.ปทุมธานี

 

  1. แนวการสอนแบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ (Neo-Humanist Education)

เน้นการสอนให้เด็กพัฒนาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งสมอง ร่างกาย และจิตใจผ่านกิจกรรมเรียนและเล่นในเวลาเดียวกัน  

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนอมาตยกุล

 

  1. แนวการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia)

เน้นให้เด็กดึงศักยภาพที่อยู่ภายในออกมา มีการเลือกหัวข้อเรื่องที่เด็กอยากเรียนรู้ มาทำให้เกิดความสงสัย เด็กจะตั้งใจทำกิจกรรม และกล้าตัดสินใจ

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์

 

  1. แนวคิดการสอนแบบ ไฮสโคป (High Scope)

เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Active Learning) เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด  ความรู้  ความเข้าใจ  และมีการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

 

  1. การสอนแบบภาษาธรรมชาติ (Whole Language Approach)

เน้นให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียน อย่างธรรมชาติ ไม่ได้เร่งให้เขียนเร็วๆ แต่เน้นให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง เน อ่านนิทาน เล่าเรื่อง

ตัวอย่างโรงเรียน เช่น โรงเรียนทอรัก จ.สมุทรปราการ

 

โรงเรียนทางเลือกบางแห่ง มีการใช้รูปแบบการศึกษาทางเลือกหลายแบบ นำมาผสมผสานกัน เพื่อให้เกิดความลงตัว ตรงต่อความต้องการของเด็ก คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองทั้งหลาย ควรจะหาข้อมูล เพื่อนำมาตัดสินใจอีกครั้งค่ะ

 

Comments are closed.