ปัญหาพฤติกรรมเด็กในห้องเรียน…ที่ครูพบบ่อย

ปัญหาพฤติกรรมเด็กในห้องเรียน…ที่ครูพบบ่อย

เด็กที่มาเรียนหนังสือในโรงเรียนแต่ละคน มาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน มีพื้นฐานการอบรมบ่มนิสัย ที่ไม่เหมือนกัน ประกอบกับพื้นฐานนิสัยที่ไม่เหมือนกันเลย ทำให้เมื่อมาอยู่รวมกันในห้องเรียน อาจจะมีพฤติกรรมที่สร้างปัญหา รบกวน การเรียนการสอนในห้อง ให้กับครู และเพื่อนคนอื่นได้

 

เด็กบางคนเรียบร้อย ตั้งใจฟังที่ครูสอน ขยัน ทบทวนบทเรียนสม่ำเสมอ ไม่เคยทำให้ครูหนักใจ แต่เด็กบางคนไม่ชอบเรียนหนังสือ ไม่ค่อยฟัง ไม่ตั้งใจเรียน แล้วยังชวนเพื่อนคุยในห้องอีก ทำให้รบกวนสมาธิการเรียนของเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาดูพฤติกรรมของเด็กในห้องเรียนกันนะคะ ว่ามีอะไรที่ทำให้ครูปวดหัวกันบ้าง

 

1.คุยกัน

เด็กที่คุยกัน ส่วนมากไม่มีความสนใจกับบทเรียนที่ครูสอน อาจจะเกิดจากไม่ชอบวิชานั้นๆ หรือว่าไม่เข้าใจ เรียนตามไม่ทัน ทำให้ไม่อยากฟัง จึงหาเรื่องชวนเพื่อนข้างๆ คุย ส่วนมากมักจะเป็นเด็กกลางห้อง หรือเด็กหลังห้อง ที่คิดว่าครูไม่เห็น เมื่อทำบ่อยๆ จะติดเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้เรียนไม่รู้เรื่องมากขึ้น

 

2.เล่นกัน

เป็นพฤติกรรมที่เริ่มทวีความซนมากขึ้น เมื่อคิดว่าครูไม่เห็น หรือไม่ว่าอะไร ก็เริ่มมีการเล่นกัน เริ่มแรกอาจจะแค่ส่งสิ่งของข้ามโต๊ะกัน ต่อมาขึ้นอาจจะชวนกันเล่นมากขึ้น

 

3.แหย่เพื่อน

เด็กที่ไม่ค่อยอยากจะเรียน เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี  จึงเริ่มก่อกวนเพื่อนที่อยู่ข้างๆ ดึงดูดความสนใจของเพื่อน  โดยอาจจะแกล้งหยิบสิ่งของ อุปกรณ์การเรียนของเพื่อนไปซ่อน หรือแกล้งผลัก ตีหัว ดึงผมเพื่อน

 

4.โยนกระดาษไปมา

เมื่อครูหันไปเขียนบนกระดานดำ เด็กอาจจะมีการเขียนข้อความในกระดาษ ขยำ และโยนหรือปาไปให้โดนหัวเพื่อนที่อยู่ข้างหน้า เป็นความสนุก คะนอง ที่ไม่น่ารักเลย

 

5.เล่นเกมมือถือ

ด้วยเทคโนโลยีที่มากขึ้น เด็กบางคนนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนด้วย โดยที่ครูไม่รู้ และหยิบขึ้นมานั่งกด นั่งเล่นเกมคนเดียว ก้มหน้าก้มตาเหมือนตั้งใจฟังครู แต่จริงๆ ไม่รู้เรื่องบทเรียนที่ครูสอนเลย เมื่อครูเริ่มเดินมา ก็เก็บ  

 

6.นั่งไม่เรียบร้อย เขย่าเก้าอี้

เป็นพฤติกรรมส่วนตัว ที่บางทีเด็กไม่รู้ว่าได้ทำความรบกวนให้เพื่อนๆ โดยอาจจะนั่งแล้วมีการเคาะ เขย่าเก้าอี้ มีเสียงดังรบกวน ครูควรเตือนให้ปรับปรุงตัว

 

7.ไม่หยิบสมุดหนังสือเรียนออกมา

อาจจะเป็นเพราะว่าลืมนำมาจากบ้าน หรือว่าทำหาย ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน ต้องมาตามงานหน้ามืดตอนท้ายๆ ก่อนสอบ เพราะว่างานพอกเป็นหางหมูแล้ว

 

8.เดินไปมา

มักพบกับเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น เพราะว่าไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หรือว่าเด็กบางคนไม่สนใจการเรียนเลย ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็จะมีพฤติกรรมแบบนี้

แนวทางแก้ไข

 1.ควรสร้างบรรยากาศในห้องเรียน ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าว ห้องเรียนโปร่ง ไม่มียุงหรือแมลงรบกวน มีพัดลม  

2.จัดโต๊ะ เก้าอี้ให้เด็กนั่งสบายๆ ไม่อัดแน่น เด็กตัวเล็กหรือเด็กที่ไม่ค่อยมีสมาธิ ให้นั่งข้างหน้า ครูจะได้เตือน

3.จัดให้เด็กที่ไม่ค่อยตั้งใจเรียน นั่งใกล้เด็กที่ตั้งใจเรียน

3.จัดหาน้ำดื่มไว้ให้เพียงพอ ให้มีเวลาพักเบรค เพื่อพักผ่อน ดื่มนม ขนม เด็กจะได้ไม่เครียดมากเกินไป

4.เมื่อเด็กเริ่มไม่มีสมาธิ หรือง่วง ครูอาจจะเปลี่ยนกิจกรรมให้สนุก เช่น เล่านิทาน

5.ครูใช้อารมณ์ขัน ในการเล่าเรื่องต่างๆ เพื่อดึงให้นักเรียนกลับมาสนใจ

6.ครูยอมรับสิ่งที่เด็กเป็น ไม่ตำหนิ หรือประณามเด็ก ให้อับอาย

7.ไม่ลงโทษด้วยวิธีรุนแรง อาจจะแค่แยกเด็กให้ออกไปนอกห้องคนเดียว ตัดสิทธิ์ หรือให้อยู่ทำงานต่อคนเดียว

8.ครูใช้วิธีพูดแสดงความรู้สึกให้เด็กรู้ แทนการแสดงความโกรธให้เด็กเห็น

9.มองหาจุดเด่นของเด็ก บอกกล่าวให้เค้ารู้ และช่วยพัฒนาด้านนั้นๆ

10.ครูชื่นชมเด็ก เมื่อเค้าทำดี เป็นเด็กดี สนใจการเรียน และทำสิ่งใดสำเร็จ

11.โอกาสให้เด็กได้ทำงานกลุ่ม เพื่อเค้าจะได้เรียนรู้สังคม และได้รับการยอมรับ

12.ฝึกให้เด็กนั่งสมาธินิ่งๆ ก่อนเริ่มเรียนประมาณ 5-10 นาที

13.ครูควรเมตตาเด็ก ให้ความช่วยเหลือเด็ก ถ้าเด็กเรียนไม่ทัน

14.พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก ช่วยกันวางแผนแก้ปัญหา

ปัญหาพฤติกรรมดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เป็นเรื่องที่ครูแต่ละคนอาจจะได้พบเจอ ซึ่งในแต่ละปีก็เจอไม่เหมือนกัน ทำให้ครูต้องคอยตั้งรับ และ ช่วยปรับพฤติกรรมเด็กกันต่อไปค่ะ

Comments are closed.