ดื่มนมรสหวาน…เสี่ยงฟันผุ

ดื่มนมรสหวาน…เสี่ยงฟันผุ

 

หลังจากที่คุณแม่ทั้งหลายเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาระยะหนึ่งแล้ว และเด็กโตพอที่จะเริ่มรับประทานอาหารเป็นมื้อหลักแล้ว คุณแม่ก็คงกำลังมองหานมกล่องมาให้ลูกรับประทานต่ออยู่ใช่ไหมคะ เพราะเด็กในวัยนี้ยังต้องทานนมเป็นมื้อรอง เพื่อเสริมสร้างมวลกระดูกในร่างกาย สร้างความแข็งแรง นมเป็นแหล่งแคลเซี่ยม ที่ช่วยสร้างกระดูกให้แข็งแรงและฟัน และทำให้เด็กมีการพัฒนาทางด้านร่างกายได้ตามปกติ มีการเพิ่มขึ้นของความสูงที่มาตรฐาน

 

นมกล่องยูเอชที เป็นนมที่สะดวกสบาย ทานง่าย ไม่เสียง่าย อยู่ได้นาน แต่เอ…ให้ดื่มนมทีไร ลูกส่ายหน้าปฏิเสธทุกที ทำอย่างไรดี? งั้นลองเอานมรสหวาน รสช็อคโกแลต รสสตอร์เบอร์รี่ ให้ดื่มดูซิจะเป็นอย่างไร? โอ้โฮ!! ลูกดื่มอย่างว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่ร้องไห้ แถมอยากจะดื่มอีก แม่ก็เลยจัดให้ไม่หยุดเลยทีนี้

 

หยุดก่อนค่ะ!!! กรุณาอ่านข้อความนี้ก่อนนะคะ นมที่มีรสชาติเพิ่มเติม จากนมจืดนั้น ส่วนมากคือน้ำตาล ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย แล้วยังทำให้เด็กมีนิสัยติดรสหวาน การดื่มนมพวกนี้บ่อยๆ ทุกมื้อ มีส่วนทำให้ฟันผุได้ง่ายกว่าเด็กที่ดื่มนมจืด และยังมีความเสี่ยงที่เป็นโรคต่างๆ อีกด้วย เช่นโรคอ้วนในเด็ก โรคเบาหวาน

กระทรวงสาธารณะสุข รณรงค์ให้เด็กดื่มนมจืด

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการส่งเสริมให้เด็กไทยดื่มนมจืด เพื่อช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ว่า นมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทุกวัย เพราะใน นมมีโปรตีนคุณภาพดีและมีแคลเซียมในปริมาณสูงเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน

โดยเฉพาะนมโคสด 100 เปอร์เซ็นต์ ไขมันต่ำ รสจืดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมที่มีการปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและกลิ่น เนื่องจากมีแคลเซียมในปริมาณมาก ช่วยสร้างกระดูกที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กด้านความสูง

จากการศึกษาพบว่า นมโคสดแท้จะให้สารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ แคลเซียม 135 มิลลิกรัม โปรตีน 3.3 กรัม วิตามินเอ 71 มิลลิกรัม และวิตามินอี 0.22 มิลลิกรัม ในขณะที่นมปรุงแต่ง รสหวานกลับให้สารที่จำเป็นน้อยกว่าคือ แคลเซียม 102 มิลลิกรัม โปรตีน 2.3 กรัม วิตามินเอ 38 มิลลิกรัม และวิตามินอี 0.16 มิลลิกรัม

 

ความเข้าใจผิดเรื่องฟันน้ำนม

ผู้ปกครองบางส่วนอาจจะคิดแย้งอยู่ในใจว่า ถ้าลูกชอบดื่มนมรสหวาน ก็ควรให้ดื่ม ดีกว่าไม่ดื่มนมเลย แม้ฟันจะผุก็ไม่เป็นไร เป็นแค่ฟันน้ำนม ไม่มีความสำคัญอะไรมาก เพราะเดี๋ยวฟันแท้ก็ขึ้นมาแทนที่เอง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด

ถ้าเราดูแลรักษาฟันน้ำนมอย่างดี มันจะเป็นรากฐานที่สำคัญของฟันแท้ที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต แต่ถ้าฟันน้ำนมผุ จะทำให้ฟันแท้ที่งอกขึ้นมามีปัญหา และถ้าขณะที่ในปากเด็กมีทั้งฟันแท้และฟันน้ำนมอยู่ปนๆ กัน ฟันน้ำนมที่ผุ ก็จะมีสิทธิ์ทำให้ฟันแท้ที่กำลังขึ้นมาผุไปด้วย

การพาเด็กที่มีฟันผุไปหาหมอฟัน เป็นเรื่องที่ทรมานทั้งตัวเด็กเองและผู้ปกครอง ดังนั้นเราควรจะหาทางป้องกันไม่ให้เด็กฟันผุ ดีกว่าค่ะ

 

แนวทางการป้องกันฟันผุ

1.เปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มนม จากนมหวานเป็นนมจืด

2.พ่อแม่ช่วยกันสร้างนิสัย พฤติกรรมการดื่มนมหลังอาหาร

3.ไม่ปรุงอาหารที่มีรสหวานให้เด็กรับประทาน

4.คนในครอบครัวร่วมมือกัน มีความเห็นไปในทางเดียวกัน

5.ทานอาหารให้เป็นเวลา 3 มื้อ แล้วดื่มนมหลังมื้ออาหาร

6.ไม่รับประทานขนมหวาน เช่น ลูกอม ไอศกรีม ช็อคโกแลต มากเกินความจำเป็น

7.งดการดื่มน้ำอัดลม

8.หมั่นแปรงฟันทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

9.เคลือบฟลูโอไรด์ตามคำแนะนำทันตแพทย์ เพื่อป้องกันฟันฝุ

10.ไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน

การดูแลฟันให้เด็ก ควรเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กเริ่มมีฟันซี่แรก พ่อแม่ควรดูแลเอาใจใส่ ช่วยเด็กแปรงฟัน ต่อมาทำให้เค้าดู และให้เด็กเริ่มหัดแปรงฟันเอง และคอยเตือนให้แปรงฟันสม่ำเสมอ ก็จะช่วยทำให้ฟันไม่ผุ แต่เรื่องที่สำคัญอีกอย่างก็คือ อาหารหรือเครื่องดื่มที่สามารถเป็นต้นเหตุให้ฟันผุได้ ก็ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน มาเปลี่ยนลูกดื่มนมจืดกันนะคะ

Comments are closed.