9 ข้อแนะนำ…จัดการกับอารมณ์โกรธของเด็ก

9 ข้อแนะนำ…จัดการกับอารมณ์โกรธของเด็ก

 

หนึ่งในช่วงพัฒนาการของเด็ก จะพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะปวดหัวกับพฤติกรรมของลูกดังนี้  ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ ร้องไห้งอแง โวยวาย บอกไม่ฟัง ทำสิ่งตรงข้าม และ โกรธง่าย แสดงออกรุนแรง

 

อารมณ์โกรธ เป็นการแสดงออกถึงสิ่งที่ไม่พอใจ ไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ สามารถเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่อย่างเรา เป็นความรู้สึกที่ห้ามกันไม่ได้ แต่สามารถแสดงออกอย่างเหมาะสมได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่อย่างเราควรสอนให้เด็กเข้าใจ และควบคุมให้ได้

 

ปัจจุบันเรายังเห็น เด็กที่นอนดิ้นร้องโวยวายบนพื้น ตามห้างสรรพสินค้า เพื่อเรียกร้องให้แม่ซื้อของเล่นที่อยากได้ให้อยู่เป็นประจำ ซึ่งพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการตามใจลูกจนเกินไป ไม่เคยขัดใจลูก เมื่อเด็กถูกปฏิเสธ จึงเริ่มเกิดความไม่พอใจ มีความโกรธตามมา เด็กที่ไม่สามารถควบคุมการแสดงออกได้อย่างเหมาะสม  ก็จะทำพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าดูเลย ดังนั้นวันนี้เราจะมีวิธีที่จะช่วยจัดการความโกรธของเด็กมาฝากกันค่ะ

 

วิธีจัดการกับอารมณ์โกรธ

 

1.เบี่ยงเบนความสนใจ

คนเป็นพ่อแม่ มักจะเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของลูกได้ดี เมื่อเห็นว่าลูกเริ่มเกิดความไม่พอใจเล็กน้อยในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็ควรรีบเบี่ยงเบนความสนใจเค้า ชวนเค้าไปทำอย่างอื่น หรือพูดถึงสิ่งอื่น ไม่ต่อความยาวสาวความยืดในเรื่องเดิม เพราะว่ามันจะขยายตัวไปเป็นความโกรธในไม่ช้า

2.กอดเรียกสติ

เมื่อไม่สามารถห้ามความโกรธได้ทัน เด็กหน้าบึ้งตึง เริ่มร้องไห้ งอแง กรีดร้องเสียงดัง เริ่มนอนลงและดิ้นไปมา ให้คุณแม่เข้าไปจับลูกลุกขึ้น กอดเค้าไว้หลวมๆ ด้านหลังหรือด้านหน้า ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องอธิบาย หรือดุลูก เมื่อเด็กเริ่มเย็นลงและหยุดร้องไห้ ค่อยพูดคุยกัน

 

3.บอกให้หายใจเข้า-ออก ช้าๆ

เมื่อกอดลูกแล้วเด็กยังไม่หยุดร้องไห้ ลองบอกเด็กให้หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ หายใจออกยาวๆ ช้าๆ นับไปด้วยกันกับเค้า เพื่อฝึกให้เค้ามีสติ เรียกสติเค้ากลับมาอยู่กับตัว

 

4.พูดคุย สอบถามถึงเรื่องที่โกรธ ขัดใจ

เมื่อเด็กเริ่มหยุดร้องไห้ ให้ผู้ปกครองพูดกับเด็กในระดับสายตา (อย่ายืนพูดกับลูก ให้ลูกแหงนหน้าขึ้น) ถามลูกถึงสิ่งที่ทำให้โกรธ สาเหตุมาจากอะไร ทำไมต้องรู้สึกแบบนั้น ให้ลูกพูดออกมาถึงสิ่งที่ทำให้เค้าไม่พอใจ

 

5.สอนให้เค้ารู้จักความรู้สึกตัวเอง

สอนเด็กว่าสิ่งที่แสดงออกมานั้น เรียกว่าความโกรธ บอกลูกว่าลูกไม่ผิดที่จะแสดงอาการโกรธ โมโห แต่ว่าไม่ควรทำความเดือดร้อนให้กับตัวเองและผู้อื่น เช่น ทำร้ายตัวเองด้วยการทุบพื้น ปาสิ่งของ

 

6.ไม่ตี ไม่ดุด่า ว่าเด็ก

แน่นอนว่าขณะที่เด็กโมโห ร้องไห้เสียงดัง อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดอารมณ์โกรธตามไปด้วย แล้วเริ่มบ่น และ ดุเด็ก ซึ่งจะยิ่งทำให้เด็กร้องไห้หนักกว่าเก่า คุณพ่อคุณแม่ควรควบคุมตัวเองให้ดีด้วย จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ดีขึ้น

7.ไม่ดูทีวี สื่อรุนแรง เกม

เด็กที่ได้ดูทีวี ที่มีสื่อรุนแรงเป็นประจำ เป็นระยะเวลานานๆ จะจำและนำมาเลียนแบบเป็นพฤติกรรมของตัวเอง หรือชอบเล่นเกมที่มีการต่อสู้ ทำลายล้าง เมื่อถูกห้ามเล่นก็จะแสดงออกถึงความโกรธ ใช้ความรุนแรงเหมือนกับในเกมที่ได้เล่นมา

 

8.อ่านนิทานเกี่ยวกับสอนพฤติกรรม

เลือกนิทานที่มีความรู้แฝงการสอนเกี่ยวกับ การเข้าใจตัวเอง อารมณ์ชนิดต่างๆ การเป็นเด็กดี และอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกคืน นอกจากเป็นการปลูกฝังการอ่านแล้ว ยังช่วยปลูกฝังเรื่อง จริยธรรมต่างๆ ด้วย

 

9.ควรพบแพทย์ถ้าเด็กมีอาการโกรธรุนแรง

กรณที่คุณพ่อคุณแม่ลงความเห็นกันว่า เด็กมีพฤติกรรมรุนแรง เกินกว่าที่จะควบคุมได้แล้ว สามารถพาไปพบจิตแพทย์เด็ก เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลือต่อไป

 

ผู้ปกครองมีหน้าที่ช่วยกันดูแล สั่งสอน อบรม ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมของเด็กๆ ให้เข้าที่เข้าทาง เพราะเด็กเป็นเหมือนผ้าขาว เราจะชี้ไปทางใด เค้าก็จะไปทางนั้น จุดสำคัญคือ พ่อแม่ ผู้ปกครองควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต เด็กจะได้ลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่ดีไปปฏิบัติ แต่ถ้าบ้านไหนที่มีคุณแม่ขี้วีน เวลาโมโหชอบทำเสียงดังตึงตัง ลูกๆ ก็สามารถจะเลียนแบบตัวอย่างที่ไม่ดีไปเช่นกัน มาช่วยกันนะคะ

Comments are closed.