CPA รูปแบบการศึกษา…ที่จะทำให้คณิตศาสตร์จะเป็นเรื่องง่าย

CPA รูปแบบการศึกษา…ที่จะทำให้คณิตศาสตร์จะเป็นเรื่องง่าย

 

เราอาจจะเคยได้ยินว่าประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญ และพัฒนาด้านการศึกษาเด็กเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ ทำให้เด็กในประเทศนี้มีคะแนนสอบ PISA วิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในอันดับต้นๆ อย่างน่าทึ่ง หลายประเทศฝั่งตะวันตก เริ่มหันมามองวิธีการสอนคณิตศาสตร์ในบ้านเค้า และได้นำหลักการ การเรียนที่เรียกว่า Singapore Maths ไปปรับใช้กันมาก

 

Singapore Maths มาจากไหน?

รัฐบาลสิงคโปร์ นำเอาวิธีการเรียนคณิตศาสตร์ มาจากฐานทฤษฎีการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกาชื่อว่า Jerome Bruner  ซึ่งเค้าได้ค้นพบว่า ขั้นตอนการเรียนรู้ของสมองมนุษย์แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ

1.สัมผัส หรือเรียนรู้จากของจริง

2.เปลี่ยนเป็นรูปภาพ

3.แปลเป็นสัญลักษณ์เพื่อจดจำในสมอง

 

Singapore Maths คืออะไร?

Singapore Maths คือวิธีการสอนคณิศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์ ที่ใช้หลักการสอน 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเรียกว่า CPA ซึ่งเน้นการเรียนที่ปูพื้นฐานมั่นคง โดยเน้นให้เด็กมองภาพออก สามารถจับต้องได้ เข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำมาปรับใช้ได้ และอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า Bar Model ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

 

 

CPA คืออะไร?

CPA มาจากบทสรุปของคำศัพท์ 3 คำรวมกัน นั่นคือ

 

1.Concrete

เป็นการสอนโดยใช้สิ่งที่เด็กจับต้องได้ในชีวิตประจำวัน มาเป็นพื้นฐานความเข้าใจเบื้องต้น โดยใช้สิ่งที่เด็กรู้จัก ได้เห็น ได้สัมผัส มีประสบการณ์ด้วยตัวเองมาแล้ว เช่น การสอนจำนวน ก็นำเอาของเล่น เช่นลูกปัด หรือของที่อยู่ในบ้านมานับ แล้วมีการหยิบเข้า หยิบออก เอาไปซ่อน ทำให้หายไป เพื่อเป็นตัวแทนของการบวก การลบ

 

2.Pictorial

เป็นการสอนในขั้นตอนถัดไป หลังจากที่เด็กรู้พื้นฐานแล้ว ก็สามารถแปลหรือถ่ายทอดออกมาเป็น ภาพวาด ตามความชอบตามความเข้าใจ แทนสิ่งของนั้นๆ เช่น เห็นส้มที่วางอยู่ที่โต๊ะ ก็สามารถวาดรูปส้มตามจำนวนที่เห็นได้ เมื่อส้มถูกรับประทานไป ก็ให้ตัดส้มออกจากรูปภาพตามจำนวนได้อย่างถูกต้อง

 

3.Abstract
เป็นการเชื่อมโยงและประมวลผล โดยการแปลภาพวาด มาเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ได้ คือเริ่มเข้าใจเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร ได้อย่างถูกต้อง

 

ข้อดีของการใช้ CPA

1.เป็นการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ

โดยการปูพื้นฐานให้แน่น ทำให้เด็กมองภาพรวมออกได้ง่าย เด็กจะสนุก เพราะว่าเรียนด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำอีกต่อไป

2.ไม่ซับซ้อน

เด็กจะไม่ต้องปวดหัวเมื่อเจอโจทย์ยากๆ เพราะว่าสามารถแปลออกมาเป็นรูปภาพในสมองได้อย่างรวดเร็ว และคิดคำนวณต่อได้อย่างต่อเนื่อง

 

3.อาศัยความเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ

เมื่อสามารถแปลเป็นรูปภาพแล้ว ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ไม่ต้องมานั่งจำ นั่งท่อง วิธีการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ

 

4.เป็นการสร้างพื้นฐานความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ที่มั่นคง

การเรียนแบบนี้ ให้ประโยชน์กับผู้เรียนมาก เด็กจะสามารถปรับเทคนิคการแก้ปัญหายากๆ ได้เมื่อเรียนสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

5.เด็กจะจำเรื่องที่เรียนไปแล้วได้นาน

เมื่อเรียนแบบเข้าใจ จะทำให้เด็กสามารถจดจำได้นาน ได้ดีกว่าการเรียนแบบท่องจำ

 


ข้อเสียของการใช้ CPA

1.ใช้เวลานานในการปูพื้นฐาน

การศึกษาระบบนี้ ต้องเริ่มกันอย่างจริงจัง และเป็นระบบ อาจจะใช้เวลาเห็นผลยาวนาน ซึ่งบางประเทศ พบว่าไม่สามารถทำได้

 

2.ครูผู้สอนต้องมีทักษะ

ครูที่สอนแนวทางนี้ ต้องได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ ซึ่งยังมีผู้ที่เข้าใจน้อยอยู่ และต้องเข้าใจการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี สอนเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง ไม่ทิ้งเด็กที่ไม่เข้าใจ แต่ต้องช่วยประคับประคองเด็กและส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็ก

 

Bar Model คืออะไร?

Bar Model เป็นการสอนให้เด็กรู้จักการเขียนรูปภาพ และสัญลักษณ์ เพื่อแปลออกมาตรงกับโจทย์คณิตศาสตร์ที่ได้รับ ทำให้เด็กสามารถเข้าใจและแก้ปัญหาโจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรม มองเห็นภาพมากยิ่งขึ้น เช่น โจทย์มีว่า โรงเรียนแห่งหนึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 350 คน มีนักเรียนชาย 100 คน ถามว่ามีนักเรียนหญิง ทั้งหมดกี่คน เด็กจะต้องทำการวาดรูป ลากเส้นในแนวนอนเพื่อเปรียบเทียบ หาคำตอบ โดยวิธีนี้ สามารถใช้ได้กับพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ทั้งหมด เช่น บวก ลบ คูณ หาร และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับเด็กด้วย

 

ในประเทศไทย เด็กโดยส่วนมาก ไม่ค่อยชอบเรียนคณิตศาสตร์ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องไกลตัว ไม่ชอบเรื่องซับซ้อน ปวดหัว ถ้าเราสามารถนำแนวทางการสอนที่ง่ายขึ้นแบบ Singapore Maths มาปรับเข้ากับการเรียนในห้องเรียนตั้งแต่เล็กๆ เชื่อว่าเด็กไทยคงจะตื่นตัว ตื่นเต้น และเปลี่ยนความคิดที่มีต่อคณิตศาสตร์ มาเป็นรู้สึกว่าคณิตศาสตร์ไม่ยากอีกต่อไป  มาช่วยกันสร้างเด็กไทย ให้เก่งคณิตศาสตร์กันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments are closed.

error: Content is protected !!