Self-Esteem สำคัญกับเด็กอย่างไร

Self-Esteem สำคัญกับเด็กอย่างไร

 

คนที่อยู่ในวงการศึกษา คงจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า Self-Esteem กันเป็นอย่างดี ได้ถูกหยิบยกมาเป็นสาเหตุของพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีของคนในสังคมยุคปัจจุบัน แล้วจริงๆ คำนี้มีความหมายอย่างไร มีความสำคัญกับเด็กๆ อย่างไร วันนี้เราจะไปทำความเข้าเรื่องนี้กันค่ะ

 

ความหมายของคำว่า Self-Esteem

Maslow ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองเป็นความรู้สึกของบุคคลที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีความเข้มแข็ง มีสมรรถภาพในการกะทำสิ่งต่างๆ มีความเชี่ยวชาญและมีความสามารถ” ซึ่งประกอบไปด้วย สองส่วนคือ ความรู้สึกนับถือตนเอง (Self-respect) และ ความรู้สึกของคุณค่าที่บุคคลอื่นมีต่อตน (Esteem from others)”

 

ความหมายง่ายๆ ของ Self-Esteem จากจิตแพทย์

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ ได้กล่าวไว้ว่า “Self-esteem  ไม่ใช่แค่ความภูมิใจหรือความมั่นใจ แต่หมายถึงการรับรู้ว่าตนเองทำอะไรได้ เด็กที่ถูกละเมิดทางเพศและถูกทำร้ายในครอบครัวจึงไม่มีเซลฟ์เอสตีมเลย เพราะเขากำหนดชีวิตของตนเองไม่ได้เลย เด็กที่เรียนไม่เก่งมักมีเซลฟ์เอสตีมไม่ดีเพราะเขากำหนดชีวิตตนเองไม่ค่อยจะได้ จะเรียนให้เก่งก็ทำไม่ได้ เข็นอย่างไรก็ไม่ขึ้น ธรรมชาติจะผลักให้เขาเอาดีเอาเด่นด้านอื่น ด้านที่เขาทำได้ดี เช่น กีฬา หรือ เกเร เป็นต้น”

 

ลักษณะของผู้ที่มี Self-Esteem สูงเป็นอย่างไร?

  1. 1. มีความเชื่อมั่นในตนเองว่าสามารถทำได้ เห็นว่าตนเองมีคุณค่า

2.มองโลกในแง่ดี ทุกอย่างมีทางออก

3.มีความสามารถ มีความเป็นผู้นำ

4.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แปลกใหม่

5.กล้าแสดงออก และสามารถปรับตัวได้ดีในทุกสถานการณ์

6.มีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่แข็งแรง

7.มีความรับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย

8.มีความซื่อสัตย์ สุจริต

 

ลักษณะของผู้ที่มี Self-Esteem ต่ำ เป็นอย่างไร?

1.มีความวิตกกังวลเสมอ กลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

2.ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง กลัวไม่ได้รับการยอมรับ

3.ไม่มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ไม่เห็นความสำคัญ

4.ไม่มีการวางแผนชีวิต วางแผนการทำงาน

5.ไม่ชอบเข้าร่วมกิจกรรม ไม่กล้าแสดงออก

6.มักจะชอบวิจารณ์ผู้อื่น และดูถูกผู้อื่น

7.มักสร้างปัญหาให้สังคม เช่น ติดเหล้า สูบบุรี่ ติดยาเสพติด

 

 

พ่อแม่จะเสริม Self-Esteem ให้เด็กอย่างไร?

 

1.ค้นหาสิ่งที่เด็กชอบ

เด็กแต่ละคนชอบ หรือ เก่งไม่เหมือนกัน บางคนชอบเรียนวิชาการ บางคนชอบกีฬา บางคนชอบดนตรี บางคนชอบทำอาหาร บางคนชอบเต้นรำ บางคนชอบร้องเพลง พ่อแม่มีหน้าที่ค้นหา สังเกต และส่งเสริม

 

2.ชื่นชมให้กำลังใจ

เมื่อรู้ว่าเด็กชอบทำอะไร และทำได้ดี พ่อแม่ควรชื่นชมอย่างจริงใจ ไม่เสแสร้ง หรือยกยอเกินไป เพื่อให้เด็กรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับในตัวเค้า และภูมิใจในตัวเค้า

 

3.พ่อแม่เป็นตัวอย่าง

พ่อแม่ที่มี Self-Esteem สูง จะเป็นตัวอย่างให้เด็กได้มอง ได้เลียนแบบ ได้ทำตาม ทำให้เด็กมีสิ่งนี้ติดตัวไปในอนาคตเช่นกัน

 

4.ฝึกการเข้าสังคม

การปล่อยให้เด็กได้เล่นกันเอง เป็นการฝึกทักษะการเข้าสังคมง่ายๆ เบื้องต้น เด็กที่เล่นด้วยกัน อาจจะมีการทะเลาะกันบ้าง แต่เดี๋ยวก็คืนดีกัน มีการประนีประนอม การยอมกัน การแบ่งปันกัน การแบ่งฝ่ายแบ่งพวกกัน เด็กจะเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อให้เข้ากับผู้อื่นได้ดี และมีความมั่นใจในตัวเอง

 

 

 

5.ไม่ดุด่า ตำหนิเด็กอย่างแรง

เมื่อเด็กมีการทำผิด ไม่ควรดุด่าว่ากล่าวอย่างรุนแรง หรือบ่อยเกินไป พ่อแม่ควรสงบสติอารมณ์ลงก่อน พูดคุยด้วยเหตุผล ให้ลูกได้มีโอกาสพูดคุย อธิบายถึงสาเหตุของปัญหา พ่อแม่ซักถามที่มาของการทำผิด และเหตุผลที่ทำไป และช่วยชี้ให้เห็นว่าต่อไปควรแก้ปัญหาอย่างไร จะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำอีก

 

6.ไม่เปรียบเทียบเด็ก

เมื่อเราเป็นเด็ก แล้วถูกพ่อแม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เรายังรู้สึกไม่ดี ดังนั้นอย่านำเอาลูกของเราไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่นให้เด็กฟัง เพราะว่าเค้าจะรู้สึกแย่ ขาดความมั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ

 

นอกจากพ่อแม่สามารถสร้าง Self-Esteem ให้กับเด็กแล้ว คุณครูก็มีส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริม  Self-Esteem ให้กับเด็กที่โรงเรียนเช่นกัน โดยจัดให้มีการทำงานกลุ่ม ให้เด็กแต่ละคนได้รับผิดชอบในงาน มีการแสดงความคิดเห็น แสดงความสามารถ เมื่อเด็กทำได้ดีก็ชื่นชม ให้กำลังใจ เท่านี้เด็กก็จะเกิดความภาคภูมิใจ มีผลทำให้เด็กมี Self-Esteem สูงขึ้นได้ค่ะ

 

Comments are closed.

error: Content is protected !!