การศึกษาไทยในยุค Thailand 4.0 เป็นอย่างไร?

การศึกษาไทยในยุค Thailand 4.0 เป็นอย่างไร?

 

หลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายการพัฒนาประเทศแบบ Thailand 4.0 ก็สร้างความสนใจให้กับประชาชน เป็นอย่างมาก ว่าจะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางไหนบ้าง ซึ่งการศึกษาก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ เค้าจะพัฒนาอย่างไร มีตรงไหนที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันนะคะ

 

ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยเป็นมาอย่างไร?

ดร.ชวลิต โพธิ์นคร ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวไว้ในว่า ทิศทางในการพัฒนาประเทศไทย มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ได้แก่

ประเทศไทย 1.0  เป็นยุค พ.ศ. 2503 เน้นการเกษตรเป็นหลัก

ประเทศไทย 2.0 เป็นยุค พ.ศ. 2521 เน้นอุตสาหกรรมแต่เป็นอุตสาหกรรมเบา

ประเทศไทย 3.0  เป็นยุค พ.ศ.2551 เป็นอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์

ประเทศไทย 4.0 เป็นยุค พ.ศ. 2560 เทคโนโลยี Creative และ Innovation เน้นการสร้างให้คนไทยสามารถคิดเองได้

 

ความหมายของ Thailand 4.0

Thailand 4.0 คือ การพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย มีรายได้มากขึ้น และก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และต้องสามารถติดต่อค้าขายกับนานาประเทศได้ด้วย

การศึกษาไทยในยุค Thailand 4.0 เป็นอย่างไร?

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การศึกษาในยุค Thailand 4.0 มีลักษณะการพัฒนาดังนี้

 

1.พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู้ ประสานความร่วมมือ ในการค้าขายกับนานาประเทศได้  ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการยกระดับภาษาอังกฤษของประเทศผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาครูภาษาอังกฤษผ่านกระบวนการ Boot Camp, จัดทำแอพพลิเคชั่น Echo Hybrid, Echo English เป็นต้น

 

2.ส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์

การส่งเสริมการเรียนการสอน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีการเริ่มไปบ้างแล้ว เรียกว่า STEM Education ซึ่งมีลักษณะนำเอาศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics) มาบูรณาการ รวมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาตามโจทย์ที่ผู้เรียนสนใจ ซึ่งอาจจะมีการลดการบรรยายในห้องเรียนลง และ เน้นการศึกษาแบบ STEM มากขึ้น

 

3.พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์

การสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ได้ ต้องเกิดจากการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนสิ่งที่ตัวเองชอบ เด็กจึงจะศึกษาได้อย่างลึกซึ้ง ละเอียด และสามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา มีมุมมองต่อสิ่งที่เรียนได้กว้างขึ้น และรู้สึกท้าทายต่อสิ่งยากๆ

 

4.การปรับหลักสูตรการเรียนการสอน

ในปีการศึกษา 2561 จากเดิมเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อาจจะปรับให้เรียนเป็นรายวิชาเฉพาะ โดยเนื้อหาหลักสูตรจะเปลี่ยนไปตามองค์ความรู้ในโลกยุคใหม่ พร้อมกับการเรียนเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ๆ และเรียนให้รู้อย่างลึกซึ้ง

 

5.พัฒนาปรับปรุงตำราเรียนให้มีมาตรฐาน 5 ดาว

กระทรวงศึกษาธิการมีความพยายามที่จะสร้างตำราเรียน ให้มีมาตรฐาน เพราะตำราที่ดีจะช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ อยากเห็น อยากตั้งคำถาม ดังนั้น ตำราเรียนต้องตอบสนองต่อผู้เรียนจริง ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำมาตรฐานตำราเรียน

 

6.การบริหารจัดการคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก

เรื่องนี้ได้เริ่มดำเนินการในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 259 แห่ง โดยทุกอย่างต้องเกิดจากการยอมรับและตัดสินใจของคนในพื้นที่ ชุมชน พ่อแม่และผู้ปกครอง ว่าเห็นด้วยหรือไม่

 

7.บทบาทของครู

ครูจะถูกเปลี่ยนบทบาทจาก ครูที่สอนหนังสือ เป็น พี่เลี้ยง หรือ ครูฝึก (Coach) โดยมีการเรียนแบบบูรณาการสหวิชาการ ให้เด็กมีการทำงานร่วมกันมากขึ้น พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารต่อกัน

 

 

8.การใช้สื่อเทคโนโลยี

เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้โลกแคบลง ควรส่งเสริมให้เด็กสามารถเข้าถึง และหาข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้เองจาก สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิตอล สื่อจากอินเตอร์เนต สืบค้นและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

 

ลักษณะการพัฒนาประเทศแบบ Thailand 4.0 เป็นสิ่งที่ดีมาก ถ้าสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต ประเทศไทยจะพัฒนาไปได้อีกไกลเทียบเท่านานาชาติ แต่ก็คงต้องอาศัยเวลา การปรับตัว ความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย

ส่วนการศึกษาในยุค 4.0 นี้ จะขับเคลื่อนไปไม่ได้เลย ถ้าไม่มีการพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ยุทธศาสตร์ต่างๆ ดำเนินไปอย่างที่ตั้งไว้ ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาครูด้วย ก็จะทำให้เด็กไทยได้รับความรู้ พัฒนาทั้งเรื่องความคิด การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ได้อย่างถูกต้อง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments are closed.