กระเป๋านักเรียนเด็ก…หนักเกินไปหรือเปล่า?

กระเป๋านักเรียนเด็ก…หนักเกินไปหรือเปล่า?

 

ปัญหาเรื่องน้ำหนักที่มากเกินไป ของกระเป๋านักเรียน สร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กมีหนังสือเรียนจำนวนมาก ที่ต้องแบกไปโรงเรียน และ แบกกลับบ้านทุกวัน  เด็กที่ต้องแบกกระเป๋านักเรียนที่มีน้ำหนักมากเกินไป และ มีการทำซ้ำทุกวัน สะสมเป็นเวลานานหลายปี อาจสร้างปัญหาให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อหลังของเด็กและสุขภาพด้านอื่นๆ ของเค้าในระยะยาวได้

 

สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน แนะนำว่า กระเป๋านักเรียน ไม่ควรหนักเกิน 10-20% ของน้ำหนักตัวเด็ก  แต่นั่นหมายถึงสำหรับเด็กฝรั่งที่เค้ามีโครงสร้างของร่างกายที่โตและแข็งแรงกว่าเด็กไทย สำหรับคนไทยเราถือกันเป็นค่ากลางๆ ที่ ไม่ควรเกิน 15% ของน้ำหนักตัว นั่นหมายความว่า

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (7 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ 23 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  3.5 กก.

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (8 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ 26 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  4 กก.

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (9 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ  29 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  4.3 กก.

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (10 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ 33 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  5 กก.

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (11 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ  37 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  5.5 กก.

เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (12 ปี) ที่มีน้ำหนักประมาณ  41 กก. ไม่ควรแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเกิน  6.2 กก.

 

นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “การแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากเกินไป จะมีผลกระทบทำให้กระดูกสันหลังโค้ง ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ บางคนเป็นระยะสั้นๆ บางคนเป็นเรื้อรัง ซึ่งในระยะยาวอาจมีผลต่อพัฒนาการด้านความสูงได้ แต่ที่สำคัญคือเมื่อมีปัญหาสุขภาพย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเรียน”

ปกติใน 1 วัน เด็กจะเรียน 7-8 วิชา บางวิชามีหนังสือ 2-3 เล่ม และยังมีสมุดจดการบ้าน สมุดเขียนคัดไทย สมุดคณิตศาสตร์แสดงวิธีทำ สมุดตอบคำถามต่างๆ รวมๆ แล้ว เด็กอาจจะต้องบรรจุหนังสือประมาณ 10 เล่มลงในกระเป๋านักเรียน ยังไม่รวมขวดน้ำดื่มอีก 1 ขวด ประมาณ 500 ซีซี และอุปกรณ์การเขียนอื่นๆ

 

บางโรงเรียนมีสถานที่ให้เด็กเก็บหนังสือที่ไม่ได้เรียนไว้ที่โรงเรียน เด็กจะได้ไม่ต้องแบกกลับบ้านทุกวัน บางโรงเรียนมีลิ้นชัก หรือสามารถวางไว้ใต้โต๊ะได้ แต่บางโรงเรียนไม่มี ทำให้เด็กต้องนำเอากลับบ้านทุกวัน

 

มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร?

1.นโยบายโรงเรียน

-โรงเรียนควรช่วยในการจัดสถานที่ สำหรับเก็บหนังสือไว้ที่โรงเรียน อาจจะเป็นล็อกเกอร์ ตู้ หรือชั้นวางหนังสือในห้องเรียน นอกจากช่วยเด็กเรื่องไม่ต้องแบกกลับบ้านแล้ว ยังป้องกันปัญหาเรื่องหนังสือหาย หรือว่าลืมนำหนังสือมาโรงเรียน ได้อีกด้วย

-เปลี่ยนการใช้สมุดปกแข็ง มาเป็นสมุดปกอ่อน จะทำให้เบาขึ้น

-จัดพื้นที่ส่วนรวมสำหรับจัดเก็บพวก พจนานุกรม ให้นักเรียนยืมได้ จะได้ไม่ต้องนำมาจากบ้าน

-จัดถังน้ำดื่ม ที่ได้มาตรฐาน สะอาด ไว้สำหรับให้เด็กได้เติมน้ำดื่มระหว่างวัน เด็กจะได้ไม่ต้องบรรจุน้ำมากในขวดน้ำที่นำมาโรงเรียนทุกเช้า

 

 

2.การเลือกใช้กระเป๋า

-เลือกกระเป๋านักเรียน หรือ เป้ ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ทนทาน ไม่ขาดง่าย มีช่องสำหรับใส่ของแยกประเภท มีช่องด้านข้างให้ใส่ขวดน้ำทั้ง 2 ฝั่ง อย่าลืมเลือกเป้ที่มีสายสะพายกว้าง จะได้กระจายน้ำหนักได้ทั่วถึง

-การเลือกกระเป๋าที่มีล้อลากได้ ก็สะดวกดีสำหรับเด็กที่มีชั้นเรียนอยู่ชั้นล่าง และต้องเดินไกลๆ  แต่เด็กที่เรียนอยู่ชั้นบน ที่ต้องมีการเดินขึ้นบันได ผู้ปกครองควรพิจารณาให้ดี กระเป๋าที่มีล้อ จะมีน้ำหนักมากอยู่แล้ว ยิ่งใส่หนังสือเข้าไปมาก จะทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น การยกกระเป๋าที่มีล้อขึ้นบันได อาจจะทำให้เด็กเสียสมดุล สะดุด หกล้มได้ง่าย

 

3.วิธีการบรรจุหนังสือในกระเป๋า

ใส่หนังสือไปในทางเดียวกัน สะดวกต่อการหยิบจับ และควรวางให้ได้สมดุล ซ้าย-ขวา เวลาหิ้วกระเป๋าก็จะได้ไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง

 

4.วิธีสะพายกระเป๋า

ปรับสายสะพายให้ความยาวพอดี พอเหมาะ  ไม่หย่อนเกินไป เวลาสะพายกระเป๋าจะได้ไม่ดึงรั้น ซึ่งทำให้หลังใช้งานหนักเกินไป

 

5.ผู้ปกครองช่วยดูแล

พ่อแม่ควรช่วยตรวจดูตารางสอนของลูก ว่าวันรุ่งขึ้นมีเรียนอะไร วิขาใดที่ไม่มีเรียนควรถามลูกว่าจำเป็นต้องนำไปโรงเรียนหรือไม่ เพื่อให้เด็กได้มีส่วนในการรับผิดชอบด้วย

 

 

 

 

Comments are closed.