ไขข้อข้องใจ..ความสูงของเด็ก

ไขข้อข้องใจ..ความสูงของเด็ก

 

ในปัจจุบัน เรื่อง “ความสูง” เริ่มเข้ามาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่พ่อแม่สมัยใหม่ให้ความสำคัญกับลูกของตัวเอง บ้านไหนที่เด็กๆ มีความสูงมาตรฐาน บ้านนั้นก็ไม่ค่อยห่วงมากนัก แต่คุณพ่อคุณแม่บ้านไหน ที่มีปัญหา รู้สึกว่าลูกตัวเตี้ย หรือตัวสูงไม่ทันเพื่อนๆ อาจจะรู้สึกวิตกกังวลอยากจะให้ลูกสูงเพิ่มขึ้น

ที่จริงแล้วความสูงของเด็กมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่หลายอย่าง บางอย่างแก้ไขไม่ได้เพราะว่าเป็นที่พันธุกรรม บางอย่างสามารถเสริมสร้างได้ด้วยตัวเด็กเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่คอยกระตุ้นและเอาใจใส่

 

นพ. กิจจา ฤดีขจร จาก ศูนย์การแพทย์นวบุตรสตรีและเด็ก ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ความเห็นว่า “ความสูงของลูกขึ้นกับปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นหลัก นั่นคือความสูงของพ่อกับแม่ ปัจจัยกระตุ้นจากภายนอก เช่น อาหาร หรือการออกกำลังกาย มีผลน้อยกว่า ดังนั้นความสูงของลูกจึงมีแนวโน้มจะใกล้เคียงกับพ่อ-แม่ แต่โภชนาการที่ดีขึ้นและการออกกำลังกาย ทำให้เด็กรุ่นปัจจุบัน มีแนวโน้มจะสูงกว่ารุ่นพ่อ-แม่”

 

นพ.วรวัฒน์ เอี่ยวสินพานิช” แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.ปิยะเวท กล่าวโดยสรุป (เฉพาะแต่เรื่องความสูง) ว่าสามารถแบ่งการเจริญเติบโตออกเป็น 4 ช่วง

ช่วงที่ 1 : เด็กอายุ 0-2 ปี   การเจริญเติบโตจะอยู่ระหว่าง 30-35 ซม.
ช่วงที่ 2 : เด็กอายุ 2-11 ปี ความสูงจะเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ย 5 ซม./ปี

ช่วงที่ 3 : วัยรุ่นอายุ 11-16 ปี ความสูงจะเพิ่มขึ้น 8-12  ซม./ ปี

-เด็กหญิงเริ่มมีการเติบโตที่เร็ว เมื่ออายุ 11.5 ปี และ เติบโตน้อยลงเมื่ออายุ 16 ปี อัตราการเพิ่มความสูงอยู่ที่ 8 ซม./ปี

-เด็กผู้ชาย จะเริ่มที่อายุ 13.5 ปี และหยุดโตเมื่ออายุ 20 ปี อัตราการเพิ่มความสูงอยู่ที่ 10-12 ซม./ปี

ช่วงที่ 4 : วัยรุ่นอายุ 17-18 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเติบโตเกือบเต็มที่แล้วโดยประมาณคือ 95-98% ของความสูงของผู้ใหญ่

 

ปัจจัยหลัก ที่ทำให้เด็กสูงแตกต่างกันเกิดจากอะไร?

 

1.กรรมพันธุ์

เป็นตัวหลักที่กำหนดพื้นฐานความสูงเบื้องต้นของเด็กถึง 50%  เด็กจะสูงแค่ไหน อยู่ที่ความสูงของพ่อแม่เป็นหลัก บ้านไหนที่ทั้งพ่อและแม่สูงก็ไม่น่าห่วงแต่อย่างใด แต่ถ้าบ้านไหนคุณพ่อและคุณแม่ไม่สูงมาก ก็อาจจะเป็นกังวลว่า เมื่อเด็กโตขึ้นจะมีปัญหาเรื่องความสูง อย่าเพิ่งกังวลมากเกินไปค่ะ ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่เราสามารถช่วยเพิ่มความสูงของลูกได้อีก

 

2.อาหาร

การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ มีส่วนอย่างมากในการช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

 

3.แคลเซียมจากนม

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ที่เพิ่มความสูงให้เด็ก เด็กควรได้ดื่มนมวันละไม่น้อยกว่า 3 กล่อง ถ้าเป็นเด็กที่มีแนวโน้มว่าอัตราความสูงต่ำ ก็ควรรับประทานนมไม่ต่ำว่า 1 ลิตรต่อวัน โดยเลือกรับประทานประเภทรสจืด

 

 

 

4.การออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย ทำให้เด็กได้ปลดปล่อยพลัง รู้สึกมีความสุข สดชื่น ทำให้หลับได้สนิทมากยิ่งขึ้น ฮอร์โมนเจริญเติบโตก็จะหลั่งออกมาได้มาก ควรออกกำลังกายประมาณครั้งละ 20-30 นาทีต่อครั้ง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

เล่นบาสเกตบอล

ขณะที่เลี้ยงบอล เด็กต้องวิ่งเหยาะๆ ทำให้มีการขยับของกล้ามเนื้อ การโยนลูกบาสเกตบอลลงห่วง ต้องมีการกระโดด ทำให้มีการยืดตัว เล่นบ่อยๆ ทำให้สูงได้

ว่ายน้ำ

เป็นกีฬาที่ปลอดภัย ได้ออกกำลังทุกส่วนอย่างสมบูรณ์ การส่งเสริมให้เด็กได้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ที่ต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอ จะทำให้เด็กมีอัตราความสูงมากขึ้น

โหนบาร์

เป็นการยืดกล้ามเนื้อหลังและแขนอย่างดี เป็นฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อ  เด็กอาจจะโหนบาร์แล้วนับจำนวนให้นานที่สุด ทำได้บ่อยๆ

กระโดดเชือก

เชือกที่ใช้ควรจะมีความยาวเหมาะสมกับส่วนสูง และควรใส่รองเท้ากีฬาทุกครั้ง ข้อศอกแนบลำตัว ใช้เฉพาะข้อมือในการหมุนด้ามจับ ไม่ต้องใช้หัวไหล่ช่วย ลงน้ำหนักตัวด้วยปลายเท้า ส้นเท้าต้องไม่แตะพื้น งอเข่าด้วยเล็กน้อย เพื่อช่วยลดแรงกระแทก

 

5.การนอนหลับ

เด็กไม่ควรนอนเกิน 3 ทุ่ม และมีเวลานอนหลับเพียงพอ ห้องนอนควรปราศจากเสียงรบกวน ไม่มีแสงไฟ จากจอทีวี คอมพิวเตอร์ มือถือ อากาศไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป อากาศถ่ายเทได้สะดวก หลังจากที่เด็กหลับสนิท ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต

Comments are closed.

error: Content is protected !!