เด็กปฐมวัย…พัฒนาอย่างไร?

เด็กปฐมวัยพัฒนาอย่างไร?

 

คนไทยมักใช้คำว่า “เด็กปฐมวัย” กันบ่อยๆ ในวงการการศึกษา บางคนอาจจะสงสัยว่า เอ…แล้วเด็กปฐมวัยนี่อยู่ในช่วงไหน อายุเท่าไรกัน? แล้วลูกเราอยู่ในช่วงเด็กปฐมวัยหรือเปล่า?

 

“เด็กปฐมวัย” ตามความหมายของ The National Association for Education of Young Children’s Early Childhood Education Guidelines  ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ เด็กปฐมวัย” หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 8 ปี” เด็กในช่วงวัยนี้ จะมีการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย มีการพัฒนาทางด้านอารมณ์ การเข้าสังคม บุคคลิกภาพ และพัฒนาระบบสมองด้านสติปัญญา กันอย่างเต็มที่ ถ้าพ่อแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ให้เวลากับเค้ามาก เค้าก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ดีมีคุณภาพของครอบครัวและสังคม

 

ทำไมเราต้องพัฒนาเค้าในวัยนี้ ?

Benjamin Samuel Bloom  นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้รายงานผลการวิจัยของเขาในหนังสือว่า

“ระบบสมองสติปัญญาของเด็กมากกว่า 3 ใน 4 จะได้รับการพัฒนามากที่สุดในช่วง 4-5 ปีแรกของชีวิต  ซึ่งถ้าหากว่าไม่ได้รับการพัฒนาในด้านสติปัญญาอย่างถูกต้อง ความสามารถในการเรียนรู้อาจจะถูกยับยั้ง และสิ่งแวดล้อมจะมีผลต่อการพัฒนาการ”

 

นอกจากนั้นรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำงานของสมองเด็กไว้ว่า

“สมองของมนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองผ่านกระบวนการเรียนรู้ เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมกับหนึ่งแสนล้านเซลล์สมอง ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายวงจรและสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้เรื่อยๆ เมื่อมีการกระตุ้นสมองให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้สามารถเกิดได้สูงถึง 1,000 ล้านล้านครั้งในระยะเวลา 1-5 ปีแรก “

นั่นก็แสดงว่ายิ่งสอนเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะว่าเด็กสามารถเรียนรู้ และซึมซับทุกอย่างที่เราสอนไว้ในสมองน้อยๆของเค้าได้เป็นอย่างดี อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปเปล่าๆ จะทำให้เซลล์สมองของเด็กหยุดการเชื่อมต่อ

 

การพัฒนาของเด็กปฐมวัย จะแบ่งออกเป็น 4 ด้านดังนี้

 

1.พัฒนาด้านร่างกาย

เด็กวัย 0-3 ปี

-ฝึกให้เด็กนอนคว่ำ หัดชันคอ หัดคลาน หัดเดิน หัดวิ่ง ไปตามช่วงอายุ

-สุภภาพช่องปาก มีความสำคัญ พ่อแม่ควรช่วยดูแล แปรงฟันให้ลูกอยู่เสมอ

-สอนเด็กให้รู้จักอวัยวะของร่างกายตัวเอง ศีรษะ,แขน,ขา,จมูก,ปาก,ฟัน

-ฝึกการขับถ่าย ใช้ห้องน้ำเอง

-ฝึกเลิกนมแม่ เพื่อพร้อมก่อนเข้าเรียน

-ฉีดวัคซีนตามกำหนด

 

 

 

เด็กช่วง 3-8 ปี

-เป็นวัยที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรงดีแล้ว สามารถเดิน วิ่งเล่น กระโดด ได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว แต่กล้ามเนื้อมัดเล็กอาจจะยังต้องใช้เวลาฝึกอีก

-พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ผ่านการเล่น เช่น เล่นปั้นแป้งโดว์, เล่นทราย, เล่นระบายสี, เล่นขี่จักรยาน,เล่นบทบาทสมมุติ, เล่นทำครัว, เล่นต่อบล็อก, เล่นต่อจิ๊กซอว์, กระโดดโลดเต้น, ร้องเพลง หรือกิจกรรมเข้าจังหวะ

-พัฒนาเรื่องการทำงานประสานกันระหว่างตาและกล้ามเนื้อมือ ผ่านการร้อยลูกปัด, การถักแผ่นเฟรม, การร้อยเชือก, การโยนห่วง, การตัดกระดาษ, การพับกระดาษ

-ฝึกให้เด็กทำกิจวัตรประจำวันเอง โดยพ่อแม่คอยช่วยตามความเหมาะสม เช่น ทานข้าว, เข้าห้องน้ำ, แปรงฟัน, ติดกระดุม, สวมเสื้อ, สวมกระโปรง, ผูกเชือกรองเท้า, หิ้วกระเป๋านักเรียน

 

2.พัฒนาการด้านสติปัญญา

-ฝึกภาษา ผ่านการอ่านโคลง กลอน คำสัมผัส อ่านนิทาน ร้องเพลง โดยเริ่มต้นจากการฟัง หรือหมั่นพูดภาษาอื่นภายในบ้าน เพื่อฝึกให้เด็กมีทักษะการพูดภาษาที่สองได้ดีตั้งแต่เด็ก

-ฝึกความจำ ฝึกผ่านการเล่นเกม, ฝึกไหวพริบ, การตอบคำถาม

-ฝึกมิติสัมพันธ์ ผ่านการเล่นเลโก้, การต่อจิ๊กซอว์, การสร้างโมเดล, การเล่นหุ่นจำลอง

-ฝึกการสังเกต โดยการพาเด็กไปเที่ยว ไปเดินเล่น ไปทัศนศึกษา

-ฝึกเรื่องเวลา เรียงลำดับเหตุการณ์ ในชีวิตประจำวัน

-ฝึกวินัยในชีวิตประจำวัน ช่วยงานบ้าน เด็กจะมีความรับผิดชอบ

-ฝึกการใช้เหตุผล

 

  1. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ

-เด็กในวัยนี้ ช่วงต้นอาจจะยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี เช่น โกรธ เสียใจ ร้องไห้ อิจฉา ไม่พอใจ เด็กควรจะได้เรียนรู้อารมณ์ของตนเอง ผ่านประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน แล้วจะค่อยๆปรับตัวและพัฒนาขึ้น

-ฝึกการพลัดพรากจากแม่ ในช่วงต้นของการเริ่มเรียนในชั้นอนุบาล

-ฝึกความอดทน รู้จักรอคอย

  1. พัฒนาการด้านสังคม

-เมื่อเด็กได้เข้าเรียน เค้าจะต้องเรียนรู้เพื่อที่จะเข้าสังคม เรียนรู้เรื่องการอยู่กับเพื่อน การแบ่งปัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

-ฝึกเรื่องการแบ่งปัน ผ่านการบริจาคสิ่งของ บริจาคเงิน

-ฝึกเรื่องการยอมรับความเห็นของผู้อื่น ผ่านการทำงานกลุ่มที่โรงเรียน

 

 

 

 

Comments are closed.