ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

 

ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่สำคัญภาษาหนึ่ง จาก 7,000 ภาษาทั่วโลก และเป็นประตูเชื่อมเข้าสู่การเจรจา การสื่อสาร และการติดต่อธุรกิจ

จากข้อมูลของ The Nationalencyklopedin ในปี 2010 พบกว่า เป็นภาษาที่มี Native Speaker (เจ้าของภาษา) พูดมากเป็นอันดับ 3 ของโลก คือมากถึง 360 ล้านคน

ถ้าสังเกตกันจริงๆ ช่วง1-2 ปีมานี้ จะเห็นว่าเราพบคนต่างชาติในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น มีทั้งนักท่องเที่ยว ,นักธุรกิจ, เจ้าของกิจการ ที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย, หรือผู้ที่เข้ามาเพื่อหางานทำในเมืองไทย

ดังนั้นการพูดภาษาอังกฤษได้ พูดภาอังกฤษคล่อง จะทำให้เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น ยิ่งกว่านั้นในอีก 10 ปีข้างหน้า เด็กของเราจะต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ดีเหมือนเป็นภาษาที่สองอีกด้วย เราจึงไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า ควรมาเริ่มต้นฝึกหัดเด็กของเรา ให้พูดภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเริ่มที่บ้านเพื่อเตรียมพร้อมพวกเค้าตั้งแต่เด็ก

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก...เริ่มต้นได้ที่บ้าน
ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

ทำไมต้องเริ่มต้นที่บ้าน?

คุณมาซารุ อิบุกะ (Masaru Ibuka) นักเขียนหนังสือชื่อดังชาวญี่ปุ่น  “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” ได้กล่าวไว้ว่า “เซลล์สมองของคนเรา มีมากถึง 14,000 ล้านเซลล์ ในขณะที่ยังเป็นเด็ก เซลล์สมองจะยังไม่เชื่อมกัน จนเมื่อเด็กมีการเรียนรู้มากขึ้น ก็จะมีสายโยงเชื่อมระหว่างเซลล์สมองมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดจะก่อรูปภายในอายุ 3 ปี หลังจาก 4 ปีไปแล้วจะเป็นการพัฒนาเส้นสมองส่วนอื่นที่เป็นส่วนย่อยๆ “

นั่นหมายความว่า ช่วงตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี เป็นเวลาทองคำ ที่เราจะอบรม สั่งสอน ให้ความรู้ กับเค้าให้มากที่สุด ซึ่ง “ภาษา” ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความรู้ เป็นของขวัญที่เราควรจะมอบให้กับเค้าอีกอย่างหนึ่ง

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก...เริ่มต้นได้ที่บ้าน
ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

คำถามคาใจ ทำได้จริงหรอ?

คราวนี้ลองหันกลับมามองว่า  เราจะเริ่มต้นกันอย่างไร ในการพูดภาษาอังกฤษที่บ้าน หลายคนอาจจะคิดว่า

“ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอด จะสอนลูกได้อย่างไร”

“มีความรู้แค่หางอึ่ง จะไปสอนอย่างไร”

“เรียบจบแล้ว ก็คืนความรู้ครูไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไร จะสอนอย่างไร”

“เราทำไม่ได้หรอก มันยากเกินไป”

“เราไม่เก่งเท่าคนอื่น ไม่ได้เรียนด้านภาษา จะสอนได้ยังไง”

ซึ่งคำถามเหล่านี้ เกิดขึ้นได้กับทุกคน และได้แต่บั่นทอนจิตใจในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าคุณได้อ่านเรื่องราวการเริ่มต้นของ คุณพงษ์ระพี เตชะพาหะพงษ์  ผู้เขียนหนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” คุณจะเข้าใจเลยว่า “เราสามารถทำได้” และมีคนทำสำเร็จมากมายหลายครอบครัวแล้วในเมืองไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด

การสร้างเด็กให้พูดภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าคุณลองเปิดใจและลองเริ่มต้นทำตาม ใช้ความต่อเนื่อง มีวินัย ไม่เลิกกลางครัน

 

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก...เริ่มต้นได้ที่บ้าน
ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

หลักการในการสอน

1.เริ่มต้นจากคำศัพท์

โดยไม่ได้ใช้การท่องจำ แต่เป็นการพูดบ่อยๆ ย้ำๆ ชัดๆ ชี้ให้เด็กเห็นจริง จะร้องเป็นเพลงก็ได้ โดยไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยให้เค้าฟัง ซึ่งหลักการ “ไม่แปล” ถูกหยิบยกเข้ามาเป็นประเด็นแรกในหนังสือ “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” เพราะถือว่าสำคัญ ถ้าเราแปลไปเรื่อยๆ เด็กจะติดการแปล พูดภาษาอังกฤษ 1 คำ แล้วต่อด้วยภาษาไทย 1 คำ ก็จะไม่สามารถพูดเป็นประโยคได้

 

-คำศัพท์อวัยะในร่างกายของเด็ก เช่น eyes, hands, nose, ears, cheeks, mouth, legs, feet

-คำศัพท์สิ่งของรอบตัว ภายในบ้าน เช่น shoes, shirt, skirt, blocks, toys, basket, chair, table

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก...เริ่มต้นได้ที่บ้าน
ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก…เริ่มต้นได้ที่บ้าน

2.วลีสั้นๆ

เมื่อเด็กรู้จักคำศัพท์ที่มากพอแล้ว เราก็พูดวลีสั้น เพื่อเป็นการบอกเด็กให้ทำตาม ครั้งแรกเด็กอาจจะงงว่า เราพูดอะไร เราควรพูดและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (อย่าลืมว่า…ไม่ต้องแปล) แค่นี้เด็กก็เข้าใจด้วยท่าทางกริยาที่เราจะสื่อสารแล้วค่ะ

-Take off your shoes, please.

-Wash your hands, please.

-Take a bath, please.

 

3.เริ่มประโยคที่ยาวขึ้น

หลังจากที่เด็กๆเคยชินกับการฟังวลีสั้นๆ ที่แม่บอกแล้ว เราก็สามารถพูดได้ยาวขึ้น เพื่อบอกเด็ก เล่าเรื่องราว หรือเล่นกัน เช่น

Tomorrow is Saturday. We are going to the park together. Is it a good idea?

You are so tired today. Let’s go to sleep.

 

 

 

4.สอนประโยคคำถาม

การใช้เสียงท้ายสำคัญ จะทำให้เด็กเข้าใจว่า เรากำลังถามเค้าอยู่ ตอนแรกเด็กอาจจะงงเพราะไม่เข้าใจ เราควรทำท่าทางประกอบเพื่อให้เค้าเข้าใจมากยิ่งขึ้น และอย่าลืมที่จะตอบคำถามแทนเด็กด้วย เด็กจะได้รู้ว่า ถ้าแม่ถามแบบนี้ ควรจะตอบอย่างไร เช่น

Are you hungry?

Do you have fun?

 

5.การสนทนา

เมื่อพูดกันไปเรื่อยๆ เด็กจะสะสมทั้งคำศัพท์ และ ประโยคที่มากขึ้น ก็จะสามารถโต้ตอบ หรือเข้าใจได้ตามลำดับ

แม่ : Are you thirsty? Do you want some water?

ลูก : ทำหน้างง

ให้แม่ เอาน้ำมาให้ ชี้ไปที่น้ำแล้วพูดว่า

แม่ : Water. This is water. Do you want some water?

ลูก : อาจจะพยักหน้า

แม่ : ยื่นแก้วน้ำให้ แล้วพูดว่า Yes,please.

ลูก : Yes, please.

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่า คุณต้องทำตามขั้นตอน ต้องทำตามลำดับ คุณสามารถที่จะพูดคำศัพท์ปูพื้นไปเรื่อยๆ โดยพูดให้ช้าๆ ชัดๆ ย้ำๆ พร้อมกับพูดกับลูกในชีวิตประจำวัน ถามคำถามเค้าว่าเป็นยังไงบ้าง ทั้งๆ ที่เค้าอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อพูดบ่อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ เค้าจะเริ่มเข้าใจมาก

พ่อแม่คือครูที่ดีที่สุด ที่เหมาะที่สุดที่จะสอนลูกพูดภาษาอังกฤษ เพราะว่ามีเวลาอยู่กับลูกมากกว่าที่โรงเรียน อย่าพยายามผลักภาระนี้ไปให้โรงเรียน เพราะคุณครูไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงเท่ากับตัวคุณเอง ลงมือกันวันนี้เลยนะคะ

Comments are closed.